บทความ

กำลังแสดงโพสต์จาก สิงหาคม, 2017

5 สิ่งที่ควรทำ ให้รู้ไปเลยว่า งานที่ทำมันใช่สำหรับคุณหรือไม่

รูปภาพ
เคยไหม เมื่อทำงาน แล้วรูสึกว่างานยังไม่ใช่ จะอยู่ต่อหรอจากไป 4. เรียนรู้จากโอกาส ที่ได้จากการทำงานใหม่             โอกาสในการทำงาน ถือเป็นกำไรชีวิต ให้นึกไว้เสมอว่า คุณกำลังก้าวไปข้างหน้าเพิ่มขึ้นทีละก้าวจากงานที่คุณอาจจะมองว่าไม่ใช่ การเรียนรู้จากงานใหม่ๆ ข้อผิดพลาดใหม่ๆ คำแนะนำ คำติ คำเตือน จากหัวหน้าหรือเพื่อนร่วมงาน ถือเป็นประสบการณ์จริงที่ทำให้คุณก้าวได้เร็วขึ้น ดังนั้นจึงควรรีบฉวยโอกาส จากสิ่งที่อยู่ตรงหน้า และถ้าคิดว่ามีสิ่งที่ใช่กว่า จงอย่ากลัวที่จะเดินออกมาหาประสบการณ์หรืองานใหม่ๆ ที่รอให้คุณเลือก อ่านเพิ่มเติมได้ที่ :    http://you-knowledge1.blogspot.com/2017/08/blog-post.html ขอบคุณที่มา : http://www.kroobannok.com/81527 สนใจติดต่อ :  089-169-7619, 0891697619   K.ไหม

กินยังไงก็ไม่อ้วนกับ 10 อาหารพลังงานต่ำชนิดเข้าใกล้ 0 แคลอรี่

รูปภาพ
1.แตงโม ผลไม้ของโปรดของสาวๆ หลายคนซึ่งอุดมไปด้วยแร่ธาตุและวิตามินมากมาย นอกจากนี้ยังให้พลังงานแค่เพียง 30 แคลอรี่ ต่อ 100 กรัม หรือประมาณ 2-3 ชิ้นเท่านั้น ยิ่งไปกว่านั้นสารอาหารสำคัญในแตงโมอย่างเบต้าแคโรทีน ยังช่วยปกป้องเซลล์ผิวและป้องกันการสะสมของคอเลสเตอรอลอีกด้วย 2.กระเทียม ประโยชน์ของกระเทียมนอกจากจะช่วยลดความดันโลหิตสูง ไขมันในเส้นเลือด และคอเลสเตอรอลได้แล้ว ยังให้พลังงานต่ำเพียงแค่ 49 แคลอรี่ต่อ 100 กรัมเท่านั้น  รู้แบบนี้แล้วสาวๆ ก็อย่าลืมใส่กระเทียมลงไปในอาหารที่เรารับประทานกันนะ หรืออาจทำน้ำจิ้มที่มีส่วนผสมของกระเทียมไว้เพิ่มความอร่อยของอาหารแต่ละมื้อก็ได้ 3.ผักกาดหอม ผักแสนดีที่ช่วยดูดซับไขมันในอาหารให้เรา ในยามที่สาวๆ ใส่ผักกาดหอมลงไปในแกงกะทิ หรือผัดน้ำมันทั้งหลาย นอกจากนี้ยังปราศจากแคลอรี่ใดๆ ทำให้พวกเราสามารถกินผักกาดหอมกันได้อย่างไม่จำกัด ยิ่งไปกว่านั้นยังช่วยเติมเต็มกระเพาะทำให้เราไม่ต้องรับประทานอาหารชวนอ้วนอื่นๆ มากจนเกินไปอีกด้วย 4.ฟักทอง ไม่น่าเชื่อเลยใช่ไหมว่าฟักทองจะให้พลังงานแค่เพียง 30 แคลอรี่ต่อปริมาณ 100 กรัมเท่านั้น นอกจากนี้ยังมีเบต้าแคโร...

เคล็ดลับการดื่ม น้ำอุ่น กับ มะนาวเพื่อลดน้ำหนัก

รูปภาพ
ให้สาวๆ ดื่มน้ำอุ่นแก้วแรกหลังตื่นนอนตอนเช้า โดยใช้น้ำอุ่นที่มีอุณหภูมิประมาณ 45-50 องศาเซลเซียส และสำหรับน้ำอุ่นอึกแรกที่พวกเราดื่มเข้าไป ให้ใช้กลั้วคอทำความสะอาดช่องปากแล้วบ้วนทิ้งเสียก่อน เป็นการเพิ่มภูมิคุ้มกันโรคในช่องปาก ส่วนอึกต่อๆ ไปให้ดื่มลงคอไปตามปกติ แต่ให้ค่อยๆ ดื่มทีละอึกเล็กๆ เป็นการกระตุ้นอวัยวะภายในช่องปาก ซึ่งน้ำปริมาณ 1 แก้ว (ประมาณ 200 มิลลิลิตร) นั้น สาวๆ ควรใช้เวลาดื่มประมาณ 10 นาทีจึงจะเป็นการดีต่อสุขภาพ นอกจากนี้ สาวๆ ควรดื่มน้ำอุ่นวันละ 4-5 แก้ว หรืออย่างต่ำ 3 แก้ว เป็นการลดการสะสมของไขมันตามจุดต่างๆ ของร่างกาย อีกทั้งยังกระตุ้นระบบย่อยอาหารและระบบการเผาผลาญ ให้สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นอีกด้วย เนื่องจากอุณหภูมิของน้ำอุ่นนั้นเทียบเท่ากับความร้อนเมื่อร่างกายใช้พลังงานขณะออกกำลังกาย จึงเป็นเหตุผลหนึ่งที่น้ำอุ่นช่วยเผาผลาญไขมันและทำให้น้ำหนักลดลงได้เช่นเดียวกัน ยิ่งไปกว่านั้นน้ำอุ่นยังเข้าไปกระตุ้นความรู้สึกอบอุ่นบริเวณเยื่อเมือกในช่องปากของเรา รวมไปถึงเพิ่มความเร็วในการไหลเวียนของเลือดที่ส่งไปยังกระเพาะอาหารที่กำลังทำงาน เป็นการส่งสัญญา...